Last Update Dec 29 , 2019 | 56 จำนวนผู้เข้าชม

5 ข้อที่ควรรู้ ก่อนคิดจะขอสินเชื่อ SME


ข้อที่ควรรู้ ก่อนคิดจะขอสินเชื่อ SME

          การทำธุรกิจในปัจจุบัน ต่างต้องมีเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ธุรกิจได้ก้าวต่อไป แต่หากเงินทุนไม่พอ คงต้องไปขอสินเชื่อ SME ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักธุรกิจ ทั้งหน้าเก่าและใหม่อยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดขยายสาขากิจการของทางบริษัท การจัดอบรมสัมมนา การส่งพนักงานไปดูและศึกษางานในต่างประเทศ รวมถึงการที่คุณจะไปต่อยอดให้ธุรกิจของคุณได้เติบโตขึ้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่างๆ ตามที่ได้วางแผนไว้ ซึ่งทำให้ทางบริษัท จำเป็นต้องมองหาแหล่งเงินทุนสำรองเอาไว้ คอยรองรับการเติบโตดังกล่าวในอนาคต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น ล้วนต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก จึงได้มีการขอสินเชื่อ SME เกิดขึ้น

การขอสินเชื่อ SME จะมีหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อดังนี้

          กิจการของคุณ จะต้องอยู่ในข่ายให้บริการ ธพว. ให้การสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในภาคเอกชน โดยกำหนดกิจการที่ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ไม่เกิน 200 ล้านบาท หรือตามจำนวนที่กำหนดโดยกฎกระทรวง โดยให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมและธุรกิจ SMEs ดังต่อไปนี้ 

          - กิจการอุตสาหกรรม 
          - กิจการค้าปลีก ค้าส่ง 
          - กิจการการบริการ 
          - กิจการอื่นๆ เช่น ผู้ประกอบการนิคม / เขต / สวนอุตสาหกรรม หรือนิคม / เขต / สวน SMEs ตามหลักเกณฑ์ของการนิคม อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กิจการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการ ธพว. กำหนด 

          โดยวงเงินให้กู้สินเชื่อ SME  ขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท และสูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท หรือไม่เกินจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศ ซึ่งขั้นตอนการกู้นั้น ก็เรียกได้ว่า ถ้าคนที่ไม่เคยผ่านเรื่องพวกนี้ ก็อาจจะมีการสับสนเอาได้ง่ายๆ ประโยชน์ในการขอสินเชื่อ SME มีมากมายตามที่รู้ๆ กันอยู่ ว่าสามารถนำเงินมาต่อยอด พัฒนาธุรกิจของคุณให้ได้เติบโตขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ ยังคงถือเป็นแหล่งเงินทุนหลักของ SME ในรูปแบบของสินเชื่อ เพียงแต่เนื่องจากการให้สินเชื่อของธนาคารต้องรอบคอบ ตามหลักการของการบริหารความเสี่ยง และอาจใช้เวลาพอสมควรในการพิจารณาอนุมัติ SME ซึ่งตรงนี้ อาจจะถือได้ว่าเป็นข้อเสียในการขอสินเชื่อ SME นี้  เรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเลย คือ ผู้คนส่วนมากยังละเลยรายละเอียดในเอกสาร ซึ่งจะมีความแตกต่างของข้อกำหนดของแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่สามารถทำให้การใช้เงินในอนาคตของคุณกลายเป็นเรื่องยากในชีวิตเราก็ได้เลยล่ะ วันนี้เราจะขอยก 5 เรื่องที่อยากจะเตือนคุณ ก่อนที่จะตัดสินใจขอสินเชื่อ SME มาฝากกัน 

1. คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ SME

          หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน จะถูกปฏิเสธจากสถาบันการ เงินและอาจจะทำให้ไม่สามารถขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินนั้นๆ ได้ โดยเฉพาะสินเชื่อประเภทบุคคลอย่างบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ที่หลายคน มักจะผิดนัดชำระ พอต้องการจะสมัครบัตรเครดิตใหม่ ก็ไม่ผ่านการอนุมัติ เพราะมีประวัติในเครดิตบูโร นอกเหนือจากเรื่องของหลักเกณฑ์แล้ว หลักทรัพย์ที่นำไปค้ำประกันก็มีผล หากสถาบันการเงินตีราคาหลักทรัพย์ และมองว่าราคาประเมินไม่ครอบคลุมกับสินเชื่อที่ขอกู้ ก็จะปฏิเสธการ ขอสินเชื่อ ด้วยเช่นกัน

2. อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ SME ไม่เท่ากัน

          แต่ละสถาบันการเงิน จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากัน เช่น อัตราดอกเบี้ยกู้สินเชื่อบ้าน ของสถาบันการเงิน O จะไม่เท่ากับสถาบันการเงิน M และอัตราดอกเบี้ยค้างชำระที่ไม่เท่ากันของแต่ละสถาบันการเงิน คุณจึงต้องทำการตรวจสอบรายละเอียดก่อนทำการขอสินเชื่อทุกครั้ง

3. ค่าปรับจากสินเชื่อ SME สูงมาก

          หากชำระสินเชื่อ SME ล่าช้ากว่าที่สถาบันการเงินได้กำหนด ซึ่งก่อนที่จะขึ้นโรงขึ้นศาล ก็มีจะการแจ้งเตือนคุณล่วงหน้า ดังนี้

          3.1 ระวังดอกเบี้ย

                สิ่งแรกที่คุณจะต้องเจอ เมื่อคุณไม่ชำระค่างวดให้ตรงเวลาตามเงื่อนไข ก็คือ การเพิ่มหนี้สินจากดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินปรับคุณ ซึ่งในกรณีของสินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยที่ทางสถาบันการเงินจะเริ่มคิดกับคุณนั้น จะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่คุณไปกดเงินสดออกจากบัญชีของคุณ แล้วเมื่อคุณชำระช้า ก็จะทำให้ดอกเบี้ยทบต้นทบดอกเพิ่มไปอีกทันที

          3.2 ถูกโทรทวงหนี้

                การถูกโทรทวงถามหนี้นั้น จะเกิดขึ้นเมื่อคุณผิดนัดชำระหนี้มาประมาณ 1-2 เดือน โดยจะมี Call Center เป็นผู้โทรมาทวงถาม เพื่อสอบถามการชำระเงิน เนื่องจากบางกรณี อาจจะมีการเกิดข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในการชำระหนี้ได้ เช่น ผู้กู้ชำระหนี้แล้ว แต่ทางสถาบันการเงินไม่ได้รับเงิน ทาง Call Center จึงโทรมาเพื่อติดตามสอบถาม หากการชำระตกหล่นก็จะได้รับการตรวจสอบ

          3.3 จดหมายเตือน

                ในกรณีที่คุณได้รับจดหมายเตือน หลังจากที่ทาง Call Center โทรมาทวงถามหนี้แล้ว ถือเป็นช่วงที่คุณจะต้องตระหนักถึงการชำระหนี้ให้ดีๆ นั่นเพราะในจดหมายจะแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้สินที่ต้องชำระ และข้อกฎหมายต่างๆ ในกรณีที่คุณไม่ชำระหนี้ ซึ่งจะถือเป็นคดีความขึ้นมาได้ หากคุณไม่ชำระหนี้ 

          3.4 ฟ้องและดำเนินคดี

                หลังจากที่ทางสถาบันการเงินได้โทรทวงถาม ส่งจดหมายเตือน แต่คุณกลับไม่มีท่าทีที่จะชำระหนี้ ขั้นต่อไปทางสถาบันการเงิน ก็จะเริ่มยื่นเรื่องดำเนินคดี และส่งจดหมายมาแจ้งผู้กู้ให้ทราบว่า จะถูกดำเนินคดี พร้อมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหลาย จะถูกรวมเข้าไปกับหนี้สินของผู้กู้ด้วย

หากรู้ตัวว่าผ่อนสินเชื่อ SME ไม่ไหว ควรทำอย่างไร?

          สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คือการหนีหนี้ คุณควรเข้าไปปรึกษากับสถาบันการเงิน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น ขอลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด จนกว่าจะสามารถกลับไปชำระเงินในแบบเดิมที่เคยตกลงกันไว้ ​หรืออาจเลือกตัวช่วยใหม่จากสถาบันการเงินรายอื่น ซึ่งประเภทบริการจะเรียกว่า “การรีไฟแนนซ์​”

          โดยการรีไฟแนนซ์ ความหมายง่ายๆ คือการ ‘เปลี่ยนเจ้าหนี้’ หรือไถ่ถอนหนี้จากผู้ให้สินเชื่อเดิม เพื่อมาขอกู้จากผู้ให้สินเชื่ออีกแห่งหนึ่งแทน โดยประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์ นอกจากจะช่วยประนีประนอมหนี้สินของคุณแล้ว ยังช่วยเรื่องดอกเบี้ยที่ลดลงด้วย เพราะสถาบันการเงินส่วนใหญ่ มักจะคำนวณดอกเบี้ยน้อยจากการรีไฟแนนซ์ในช่วงปีแรกๆ เสมอ

4. ข้อมูลไม่พร้อม ขอสินเชื่อ SME ไม่ผ่าน

          การนำเสนอแผนงาน แล้วเกิดข้อผิดพลาดที่เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เช่น ขาดเอกสารที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ งบการเงิน แผนการดำเนินธุรกิจ เอกสารเกี่ยวกับยอดขาย เอกสารเกี่ยวกับรายชื่อบัญชีลูกค้า ซึ่งแม้มันจะไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่มากนัก  แต่ก็สามารถทำให้ไม่ผ่านการกู้สินเชื่อ รวมถึงหากคุณมีประวัติที่ติดบูโร ให้ทำใจไว้เลยว่า จะมีโอกาสไม่ผ่านการขอสินเชื่อ SME อย่างแน่นอน 

5. ระยะเวลาการตรวจสอบเอกสารในขอสินเชื่อ SME

          แน่นอนว่าระดับแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ กว่าที่คุณจะเข้าไปเอาเงินของเขาออกมาได้ ต้องมีหลากหลายขั้นตอนการทำงาน ซึ่งตรงนี้เอง คงไม่เหมาะสำหรับใครที่ต้องการใช้เงินด่วน เพราะไม่ใช่แค่ส่งเอกสารไปอย่างเดียวจะจบ หากมีเอกสารที่ไม่ครบ หรือทางแหล่งเงินทุนต้องการเพิ่ม ก็ต้องส่งตามเข้าไปอีก และนั้นเองทำให้การดำเนินการในการขออนุมัติสินเชื่อ SME มีความล่าช้าเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว 

          ในการขอสินเชื่อ SME แต่ละครั้ง ควรคำนวณบัญชีรายรับรายจ่ายให้รอบคอบ เพราะถ้าหากเกิดผิดพลาดส่งชำระไม่ตรงรอบขึ้นมา สิ่งที่จะตามคุณมาติดๆ คือ ดอกเบี้ยที่แสนจะแพงแบบทวีคูณ ฉะนั้นควรศึกษาข้อมูลเอกสารรายละเอียดการตัดสินใจกู้สินเชื่อ SME ก่อนทุกครั้ง และหากใครที่มีการติดบูโรอยู่ บอกได้เลยว่าเปอร์เซ็นต์ในการขอผ่านสินเชื่อ SME มีน้อยมากถึงมากที่สุด มันจะดีกว่าไหม ? ถ้าหากมีแหล่งเงินทุนที่พร้อมจะมอบเงินก้อนใหญ่ให้คุณได้อย่างง่ายดาย ไม่มีการเช็คบูโรอะไรทั้งสิ้น ใครที่ยังติดบูโรอยู่ก็สามารถทำเรื่องยื่นกู้ได้ ไม่ว่าเงินที่คุณจะขอกู้นั้นจะมีจำนวนมากขนาดไหน ก็สามารถรู้ผลได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง หากผ่านการอนุมัติเงินจะโอนเข้าบัญชีของคุณทันที ไม่ต้องเฝ้ารอให้เสียเวลา เพราะเรารู้ว่าทุกวินาทีของคุณคือก้าวสำคัญในการทำธุรกิจ เวลาและโอกาสไม่เคยคอยใคร เราจึงขออาสาเป็นเบื้องหลัง ที่จะคอยผลักดันให้ธุรกิจของคุณได้เติบโตไปอย่างมั่นคง เพียงมาขอสินเชื่อกับเรา...... รวดเร็ว รู้ผลไว โอนเงินเข้าทันทีหลังผ่านการอนุมัติ

 

 

ติดต่อเรา '" บริษัท เจริญทรัพย์ จำกัด "'

Tel. : 0642382221

email : charoensupcompany@gmail.com

เวลาทำการ 09:00 - 18:00 น.

ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องเงิน

บริการเงินกู้ สินเชื่อ SME เงินด่วน

** คำเตือน : บริษัทไม่มีนโยบายให้โอนเงินก่อนหากมีผู้แอบอ้างแสดงว่าท่านอาจถูกหลอก **